2007/Oct/12

บทความ ธงชัย วินิจจะกูล: “กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพมีปัญหามากอยู่แล้ว”

 

Lese majeste law still problematic , The Nation วันที่ 11 ต.ค.2550

โดย ธงชัย วินิจจะกูล

ผู้แปล: พงศ์เลิศ พงศ์วนานต์ 

การเสนอแก้ไขกฎหมายหมิ่นฯ นี้เลอะเทอะและไม่ฉลาดเอาเสียเลย กฎหมายเท่าที่เป็นอยู่ก็มีปัญหาในหลายแง่มุมมากพออยู่แล้ว 

โดยพื้นฐานแล้ว กฎหมายข้อนี้ขัดแย้งกับหลักการในรัฐธรรมนูญที่ว่า ประชาชนทุกคนมีความเสมอภาคกันภายใต้กฎหมาย แต่ประเทศไทยยอมให้ความขัดแย้งนี้ดำรงอยู่ตลอดมาด้วยกลไกและบรรทัดฐานทางกฎหมายที่น่ากังขา 

ยิ่งกว่านั้น ปัญหาที่น่าหนักใจก็คือ การฉ้อฉลใช้กฎหมายนี้เพื่อจุดประสงค์ทางการเมือง เพราะกฎหมายอนุญาตให้ใครก็ได้กล่าวหาใครก็ได้ว่าหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ต่างจากกฎหมายหมิ่นประมาท ที่เฉพาะผู้เสียหายเท่านั้นที่จะดำเนินการฟ้องร้องได้ กฎหมายหมิ่นฯ จึงกลายเป็นอาวุธทางการเมืองที่ฉวยใช้ง่ายเหลือเกิน 

ผู้ถูกกล่าวหาโดยคดีหมิ่นฯ ได้รับความเสียหายไปแล้ว ไม่ว่ากระบวนการหรือผลทางกฎหมายจะออกมาเป็นอย่างไร และทั้งๆ ที่กรณีส่วนใหญ่ถูกยกฟ้องหรือไปไม่ถึงศาล ข้อหาหมิ่นฯ จึงถูกใช้อย่างไม่ต้องคิดหรือเป็นการเมืองสามานย์ แทนที่จะได้รับการจัดการอย่างระมัดระวังรอบคอบมากที่สุด  

การเสนอแก้ไขกฎหมายครั้งนี้ละเมิดหลักการทางกฎหมายและขนบธรรมเนียมในหลายแง่ และอาจจะยิ่งทำให้มีการใช้กฎหมายนี้เป็นเครื่องมือทางการเมืองอย่างหนักข้อมากขึ้นไปอีก 

ประการแรก การแก้ไขครั้งนี้จะเป็นการยกสถานะคนกลุ่มเล็กๆ (รวมถึงคนที่ไม่ใช่เจ้า) ขึ้นเหนือประชาชนทั่วไป ซึ่งจะสร้างแบบอย่างที่อันตราย เนื่องจากอาจจะมีการออกกฎหมายที่จะสร้างชนชั้นอภิสิทธิ์หรือพวก “firsts among the equals” เพิ่มขึ้นมาอีก 

การแบ่งชนชั้นในสังคมอย่างเป็นทางการโดยมีกฎหมายรองรับกลับมากและหนักยิ่งขึ้นไปกว่าที่เป็นอยู่อีก แทนที่จะเป็นไปในทางที่เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น 

ประการที่สอง การแก้ไขครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะทำให้คนกลุ่มเล็กๆ มีสถานะสูงกว่าประชาชนทั่วไปอย่างถูกกฎหมาย แต่ยังเป็นการยกบุคคลบางคนให้มีอภิสิทธิ์และฐานะใกล้เคียงเจ้าอีกด้วย  นี่เป็นการไม่สมควรทั้งต่อสถาบันกษัตริย์ ขนบประเพณี และเป็นการลบหลู่หยามหลักประชาธิปไตยของสังคมสมัยใหม่ทุกประการ

การเสนอแก้ไขกฎหมายในครั้งนี้อาจจะเป็นการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเสียเองด้วยซ้ำ 

ประการที่สาม ในโลกสมัยนี้ ที่ทุกคนบนโลกล้วนมีผลประโยชน์ทางวัตถุ ทั้งในเชิงการเมืองและเศรษฐกิจ ความโปร่งใส (transparency) และการสามารถตรวจสอบได้ (accountability) เป็นสิ่งจำเป็นมากยิ่งกว่าเดิม  การเสนอแก้ไขครั้งนี้กลับเดินไปในทิศทางที่ตรงกันข้าม คือทำให้บุคคลที่อยู่ในตำแหน่งและความรับผิดชอบสูงอยู่ในความเร้นลับและไม่สามารถตรวจสอบได้ 

ลองนึกดูว่าหากบุคคลดังว่านี้ทำอะไรที่สร้างความเสียหายแก่สถาบันกษัตริย์ เขาก็จะได้รับการปกป้องด้วยกฎหมายตามที่แก้ไขครั้งนี้ เพราะตรวจสอบวิพากษ์วิจารณ์ไม่ได้  หมายความว่า เขาจะไม่ถูกลงโทษจากการสร้างความระคายเคืองต่อสถาบันกษัตริย์ 

ประการที่สี่ การใช้กฎหมายหมิ่นฯ เป็นเครื่องมือเพื่อผลประโยชน์ของอภิสิทธิ์ชนและพวกพ้องก็จะได้รับการปกป้องโดยกฎหมายตามที่แก้ไขครั้งนี้  ผลกระทบที่จะเกิดแก่สถาบันกษัตริย์นั้นอาจใหญ่โตและอันตรายเกินกว่าจะคิดได้ในขณะนี้ 

ประการที่ห้า ทำไมถึงจะต้องห้ามสื่อมวลชนเสนอข่าวกรณีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ? เพื่อปกป้องสถาบันกษัตริย์หรือว่าเพื่อข่มขู่สื่อไม่ให้นำเสนอข่าวการใช้กฎหมายหมิ่นฯ ในทางฉ้อฉลกันแน่? สมาชิก สนช.สายสื่อมวลชนที่สนับสนุนการเสนอแก้ไขนี้ควรจะมีความละอายที่ได้ทรยศเพื่อนร่วมวิชาชีพและประชาชน

 

สุดท้าย เจตนาในการแก้ไขกฎหมายหมิ่นฯ ในครั้งนี้ โดยตัวของมันเองก็เป็นการใช้กฎหมายหมิ่นฯ ในทางฉ้อฉล นั่นคือเป็นการให้การคุ้มครองคนบางคนที่อยู่ในความขัดแย้งทางการเมืองในปัจจุบัน นี่เป็นการแก้ไขกฎหมายที่ผิดตั้งแต่ต้นแล้ว 

หากมีการแก้ไขกฎหมายหมิ่นฯ ได้จริงๆ การกล่าวหาและคดีหมิ่นฯ ก็จะเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างแน่นอน ยิ่งมีคดีความขึ้นโรงขึ้นศาลมากขึ้นเท่าใด ความสนใจก็จะยิ่งพุ่งไปที่สถาบันกษัตริย์มากขึ้นเท่านั้น แต่จะสร้างอภิสิทธิ์ให้คนบางคน (รวมถึงคนที่ไม่ใช่เจ้า) ทั้งๆ ที่พวกเขากระทำการที่ไม่เป็นไปเพื่อประโยชน์ของสาธารณชนและไม่สมควรจะได้รับการคุ้มครองพิเศษเหนือกฎหมายแล้วก็ไม่สามารถลงโทษพวกเขาเหล่านั้นได้ แม้กระทั่งหากพวกเขาสร้างความเสื่อมเสียแก่สถาบันกษัตริย์ก็ตาม 

บทเรียนจากทั่วโลกแสดงให้เห็นว่าการมีอภิสิทธิ์มากเกินไปอย่างนี้ ในที่สุดจะนำไปสู่ความไม่พอใจของสาธารณชนและความปั่นป่วนในสังคม 

กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพที่เป็นอยู่ก่อผลเสียต่อสถาบันกษัตริย์ มากกว่าที่จะเป็นผลดี การแก้ไขคราวนี้จะยิ่งก่อผลเสียมากขึ้นไปอีก 

การเสนอแก้ไขครั้งนี้ทำกันอย่างไร้ความยั้งคิด ถึงจะยอมถอนร่างแก้ไขออกไป ความคิดและความพยายามผลักดันเรื่องนี้ก็ยังสมควรต้องถูกประณามอยู่ดี 

เราจะต้องไม่ยอมให้มันหวนกลับมาอีก  

 

 

 

 

จาก http://www.prachatai.com/05web/th/home/page2.php?mod=mod_ptcms&ContentID=9886&SystemModuleKey=HilightNews&System_Session_Language=Thai

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

กระแสกวาดล้าง “หนังสือต้องห้าม” ระบาดแล้ว รัฐไทยสั่งเก็บหนังสือวิจารณ์พรรคคอมมิวนิสต์จีน  

เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2550 หนังสือพิมพ์มติชนรายงานข่าวการสั่งยึดหนังสือแปลจากภาษาจีน ชื่อว่า เก้าบทวิจารณ์พรรคคอมมิวนิสต์ โดยเจ้าหน้าที่ของไทยระบุว่าเนื้อหาในหนังสือดังกล่าวมุ่งโจมตีรัฐบาลจีน ขัดต่อความสงบเรียบร้อย และอาจกระทบความสัมพันธ์ระหว่างไทยและจีน จึงมีการใช้อำนาจตามกฎหมาย 2484 มาตรา 9 ราชกิจจานุเบกษา ออกวันที่ 8 ตุลาคม 2550 เรื่องห้ามการขาย หรือจ่ายแจกและให้ยึดสิ่งพิมพ์ ด้วยปรากฎว่าสิ่งพิมพ์ ชื่อ 'เก้าบทวิจารณ์พรรคคอมมิวนิสต์' ได้ลงโฆษณาข้อความกล่าวหาและโจมตีพรรคคอมมิวนิสต์จีน โดยใช้พื้นที่ของประเทศไทยเป็นที่พิมพ์และเผยแพร่อย่างเป็นการเคลื่อนไหวทางการเมืองในประเทศไทย โดยมุ่งโจมตีรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีน อันอาจทำให้ประชาชนคนไทยทั่วไปเข้าใจคลาดเคลื่อนไปจากข้อเท็จจริง อาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ที่ผ่านมาสาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นมิตรประเทศที่มีความสัมพันธ์อันดีกับไทยมาโดยตลอด ถือได้ว่าสิ่งพิมพ์ดังกล่าวมีลักษณะอาจจะขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน  

โดยเจ้าพนักงานการพิมพ์สำหรับกรุงเทพมหานคร อาศัยอำนาจตาม มาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติการพิมพ์ พุทธศักราช 2484 ห้ามการขาย หรือแจกจ่ายและให้ยึดสิ่งพิมพ์ดังกล่าวข้างต้น ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป  

รายงานกล่าวว่า สำหรับหนังสือเล่มนี้เป็นการวิจารณ์พรรคคอมมิวนิสต์จีน แปลจากเรื่องชุดเก้าบทที่เริ่มจัดพิมพ์ครั้งแรกในลักษณะบทบรรณาธิการในเว็บไซต์ชื่อ 'ต้าจี้หยวน' ซึ่งเป็นฉบับพิมพ์ภาษาจีนของเดอะอิพอคไทมส์ โดยผู้แต่งไม่ประสงค์จะออกนาม ขณะที่เว็บไซต์ดังกล่าวได้ตีพิมพ์บทบรรณาธิการดังกล่าวเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน ค.ศ.2004 และส่งผลกระทบอย่างมากต่อชาวจีนที่อยู่นอกประเทศจีน และกำลังมีผลกระทบมากขึ้นถึงชาวจีนในประเทศด้วยกัน โดยเก้าบทวิจารณ์พรรคคอมมิวนิสต์จีนกำลังเริ่มเป็นบทสนทนาในหมู่ชาวจีนถึงพรรคคอมมิวนิสต์จีน 

 

ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน

จาก http://www.prachatai.com/05web/th/home/page2.php?mod=mod_ptcms&ContentID=9885&SystemModuleKey=HilightNews&System_Session_Language=Thai

edit @ 12 Oct 2007 14:10:13 by the invisible reporter

Comment

Comment:

Tweet


เเล้วเรื่อง 8 หล่ะ ผมอยากรู้ความจริงอ่ะ ดูเหมือนว่าคนที่รู้ความจริงจะถูกเก็บไปเกือบหมดเเล้ว ใครก็ใด้ ช่วยเเจ้งเเถลงไขที ทำไมศาลจะต้องกลัวมือปืนจนต้องรีบฆ่าเเพะ 3 ตัว เเล้วรีบปิดคดีอ่ะ ไม่เข้าใจ ใครก็ใด้ช่วยบอกผมหน่อยครับ เพราะตอนนี้ผมไม่รู้เเล้วว่า อะไรจริง อะไรไม่จริง เพราะพอผมหวนคิด เอาเรื่องราวมาประติดประต่อ ผมก็ไม่รู้เเล้วว่า คนที่ผมเทิดทูนนักหนามาสิบกว่าปี เป็นคนที่ผมควรเทิดทูนต่อไปหรือไม่ โอ้ยยยยยย สับสนไปหมดเเล้ว ท่านเป็นคนดีที่น่ายกย่อง หรือว่าผมโดน propaganda กันเเน่ โอ้ยยยยยย งงไปหมดเเล้ว ไม่รู้ว่าควรอยู่ฝั่งไหนดี เพราะ ความจริงก็น่าเชื่อถือ เเละ ความเชื่อก็ยากที่จะเปลี่ยน ผมควรจะเเกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เเล้วก็ปกป้องเค้าต่อไปตามคนหมู่มาก หรือว่า เปลี่ยนความคิด มุมมองของผมใหม่เเล้วร่วมต่อสู้กับพวกที่ถูก โอ้ยยยยย งง เเล้วถ้าหากฝั่งปกป้องถูก เเล้วทำไมต้องบล้อกเว็ปของคนที่เห็นต่างด้วย ทำไมต้องมาตัดสัญญานทีวีด้วย ทำไมต้องป้องกันไม่ให้ชาวบ้านใด้รับรู้ข้อมูลของคนที่เห็นต่างด้วย โอ้ยยยยยยย ตอนเเรกผมปกป้องเค้าเต็มที่เลย เเล้วก็ด่าพวกที่โจมตีใว้มากด้วย เเต่ตอนนี้ผมไม่รู้เเล้ว อะไรคือความจริงกันเเน่ เพราะรัฐบาลก็ทำตัวเหมือนโจรขึ้นทุกวัน ทำไมต้องไปปิดปากไม่ให้เขาเผยเเพร่ข้อมูลของคนเห็นต่างด้วย การเห็นต่างมันผิดหรอ โอ้ยยยยยย ทีวี วิทยุ อินเตอร์เน็ต ล้วนเเล้วเเต่เป็นเครื่องมือเท่านั้นหรอ ทำไมหนอ ทำไม ถ้าไม่กลัวเเละมั่นใจในความจงรักภักดีของประชาชน เเล้วทำไมต้องมีกฎหมายหมิ่นด้วย ด่า ศร. ใจ ใว้มาก เเต่บางอย่างที่เค้าพูดมันก็น่าคิดนะ เเล้วทำไมต้องไปบล้อกเว็ปเค้าด้วย เพราะกลัวเเพ้หรอ งง ถ้าใครรู้จริงก็ออกมาพูดเเจ้งเเถลงไขให้ผมเข้าใจทีนะ อย่าเอาเเบบกวนตีนๆนะ เช่น "ก็คดีมันจบไปเเล้วหนิ ศาลตัดสินเเล้วว่า เป็นอุบัติเหตุ" หรือว่า "หมดอายุความเเล้วครับ" หรือว่า "ปรีดี พนมยง เป็นคนทำ" หรือว่า " มรึงควรสำนึกบุญคุณนะ ที่ท่านทำอะไรให้ประเทศมากมาย" ผมต้องการ fact เท่านั้น ไม่เอา opinion ผมไม่เชื่อหรอกว่า คุณ ปรีดี จะเป็นคนอยู่เบื่องหลัง คิดดู ใครจะโง่ทำให้ตัวเองหมดอนาคต ขณะที่ตัวเองเป็นนายกเเละเป็นผู้สำเหร็จราชการอยู่เเล้ว เเล้วทำไมต้องไปทำอะไรเสี่ยงๆ เเบบนั้นให้ตัวเอง โดนคดีจนต้องหนีไปอยู่ต่างประเทศตลอดชีวิตด้วย เค้าจบด็อกเตอร์ด้วยนะ คงไม่ทำอะไรโง่ๆ เเบบนั้นหรอก ปรีดีไม่ใด้ผลประโยชน์อะไรจากการทำเเบบนั้นเลย เเล้วทำไม ศาลรีบฆ่า เเพะ 3 ตัวนั้นเเล้วไม่สืบสวนเพิ่มเติม ทำไมหนอ ทำไม ศาล กลัวอะไรกันเเน่ ใครหนอใคร ที่อยู่เบื่องหลัง คิดๆดู เเพะ 3 ตัวไม่มีทางทำเเบบนั้นหรอก เพราะ ถ้าทำก็ต้องรีบหนีเเล้ว ทำไมต้องยืนรอให้ตำรวจมาจับด้วย ตกลงผมควรเชื่อใคร ตกลงประเทศนี้มีความจริงมากเเค่ไหน หรือว่าผม เห็นภาพลองตาไปเอง หรือว่าผมบ้าไปเอง ทั้งหมดที่หอยู่ในหัวผมเป็นเพียงเเค่ความฝันเท่านั้น
#4 by (58.9.86.128) At 2010-04-19 22:03,
ในหลวงของชาวไทยทรงตรากตรำพระวรกาย มากมายขนาดไหนลูกหลานไทยย่อมรู้ดี จงร่วมใจขอให้พระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน เป็นมิ่งขวัญของเหล่าพสกนิกรชาวไทยตลอดกาลนานเทอญ
#3 by วิน (118.172.139.64) At 2009-02-18 11:53,
ที่แท้พวกมึงก้ออยากเป็นใหญ่ใช่ป่ะ กูคนไม่ได้รวยแต่ก้อมีความคิดโว้ย พวกมึงมีตังก้ออยากเป็นประธานาธิปดี ซักวันมึงต้องใช้กรรมของพวกมึงแน่ ขอบารมีสิ่งศักดิ์ในประเทศไทย บรรพบุรุษที่เสียสละชีพ พระเส้อเมือง ทรงเมือง พระสยามเทวาธิราชสาปแช่งพวกที่คิดเหี้ยๆกับประเทศชาติ ให้มันบรรลัยย่อยยับไป
#2 by คนรักชาติและพร้อมลุกขึ้นมาต่อสู้กับพวกมึง (118.174.169.98) At 2008-05-18 01:42,
copy แปะ สนุกมากใช่ไหม? เขียนไรเองบ้างเถอะครับ
#1 by all4teen At 2008-04-25 01:14,