2007/Jul/20

จดหมายเปิดผนึกจาก คปส และ FACT ถึง พลเมืองไทย

ว่าด้วยการบังคับใช้ พรบ ความผิดเกี่ยวกับ คอมพิวเตอร์

ตั้งแต่ 19 กรกฎาคม เป็นต้นไป



วันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ.2550 คือวันที่พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ประการใช้ในราชกิจจานุเบกษา ซึ่ง พรบ ฉบับนี้เป็นกฏหมายฉบับแรก ที่ถูกผลักดันเข้าสู่การพิจารณาของ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช) ภายหลังจากการรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ.2549


ทั้งนี้ หลังการประกาศใช้ พระราชบัญญัติดังกล่าว มีผลบังคับใช้จริงภายใน 30 ดังนั้นในวันพรุ่งนี้คือวันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2550 เป็นวันที่กฎหมายดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ต่อพลเมืองไทยทุกคน โดยเฉพาะปัจเจกบุคคล หรือ กลุ่มบุคคลที่ความเกี่ยวข้องกับการใช้คอมพิวเตอร์ในทุกมิติ อีกทั้ง กระทรวงไอซีทีกำลังดำเนินการผลักดัน กฎกระทรวงซึ่งเป็นกฎหมายประกอบ พ.ร.บ. ความผิดทางคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 จำนวน 3 ฉบับ คือ

* หลักเกณฑ์การเก็บรักษาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ของผู้ให้บริการ
* หลักเกณฑ์เกี่ยวกับคุณสมบัติของพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ.
* กฎกระทรวงว่าด้วยการยึดหรืออายัดระบบคอมพิวเตอร์

คณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ (คปส) และ เครือข่ายเสรีภาพต่อต้านการเซ็นเซอร์ประเทศไทย (FACT) เห็นความสำคัญในการมีกติกาสำหรับการป้องกันการก่ออาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ ที่ส่งผลกระทบต่อสาธารณชน แต่เราไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับการใช้พระราชบัญญัติฯ ดังกล่าวเป็นเครื่องมือในการควบคุมสิทธิเสรีภาพในการสื่อสาร (Communication Rights) ของพลเมือง

ทั้งนี้เรามีข้อสังเกตว่า

1. การ ออกพ.ร.บ.การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ฯ เป็นการออกกฎหมายที่ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ของรัฐอย่างมากในการตรวจสอบข้อมูล ทั้งโดยผ่านศาลและอำนาจโดยตรงของ เจ้าหน้าที่ ซึ่งกฎหมายยังกำหนดด้วยว่าผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ท (Internet Service Providers-ISP) จะต้องเก็บข้อมูลย้อนหลังไว้นานถึง 90วันไว้ให้เจ้าหน้าที่รัฐตรวจสอบ โดยที่เราไม่จำเป็นต้องรับรู้ ดังนั้นหากเปรียบก็เหมือนเราจะถูกค้นบ้านได้โดยไม่ต้องมีหมายศาลและไม่ต้องแจ้งเรา นอกจากจะถูกค้นได้ภายในวันนั้นแล้ว ยังสามารถถูกย้อนหลังตรวจได้อีก 90 วัน ซึ่งนอกจากจะถูกลิดรอนสิทธิการตรวจสอบข้อมูลที่ถือได้ว่าเป็นสิทธิส่วนบุคคลในการสื่อสารแล้ว ขณะนี้ยังมีประเด็นที่เป็นข้อกังวลถึงความพร้อมในการบังคับใช้กฎหมายด้วยว่า เมื่อมีกฎหมายมาแล้ว แต่ในกฎหมายกลับยังไม่มีการระบุคุณสมบัติของเจ้าหน้าที่จะปฏิบัติตามกฎหมายนั้นว่าจะได้มาอย่าง ใครจะเป็นผู้แต่งตั้งมา ดังนั้นจึงต้องติดตามต่อไปว่าจะมีการระบุกติกาที่มาของเจ้าหน้าที่อย่างไร

2. การออกกฎหมายเกี่ยวกับการกระทำผิดคอมพิวเตอร์ เป็นการออกกฎหมายตามที่เคยต้องการให้มีกฎหมายควบคุมสื่ออิเล็กทรอนิคส์ ที่เดิมออกแบบกฎหมายไว้ 6 เรื่องซึ่งจะมีทั้งการป้องกันปราบปราม และการคุ้มครองสิทธิส่วนบุคคล แต่ปรากฏว่าในการออกกฎหมายครั้งนี้รัฐบาล ตั้งใจเลือกจะออกแต่เฉพาะกฎหมายที่เป็นการปราบปราม ซึ่งกระทบและลิดรอนสิทธิประชาชนผู้สื่อสาร โดยรัฐบาลไม่คิดที่จะยกร่างกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล มาใช้บังคับร่วมกันเลย ซึ่งหากจะออกฎหมายที่มีผลตรวจสอบข้อมูลการสื่อสารของบุคคลย้อนหลังได้ถึง 90 วัน รัฐก็ควรผลักดันให้ออกร่างกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลด้วย

เราเกรงว่า นับตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป รัฐ จะใช้ กฎหมายดังกล่าวในการ ลิดรอนสิทธิความเป็นส่วนตัว (Right to privacy) และ สิทธิเสรีภาพในการแสดงออก (Freedom of Expression) ของประชาชนหนักข้อขึ้นด้วยการใช้กฏหมายโดยมีเหตุผลซ่อนเร้นทางการเมืองมากกว่าการป้องปรามอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์อย่างแท้จริง โดย เฉพาะในสถานการณ์การเมืองปัจจุบันที่สังคมไทยขาดความเป็นประชาธิปไตย และแนวโน้มในอนาคตที่รัฐอำนาจนิยมจะครอบงำสิทธิเสรีภาพพลเมืองไทยมากขึ้น เช่นการผลักดันกฎหมายว่าด้วยความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ... หรือทิศทางการสืบทอดอำนาจของ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช) เป็นต้น ดังนั้นจึงจำเป็นที่สังคมไทยจะต้องตื่นตัวเฝ้าระวังการใช้อำนาจรัฐคุกคาม สิทธิของประชาชนอย่างจริงจังมากขึ้น

เราเห็นด้วยกับหลักการในการคุ้มครอง เด็ก หรือ บุคคลหนึ่งบุคคลใดที่รับความเสียหายจากการใช้คอมพิวเตอร์ แต่ เราไม่เห็นด้วยที่รัฐจะมีอำนาจมากเกินไปในการควบคุม เซ็นเซอร์ เนื้อหาสาระในสื่อคอมพิวเตอร์ หรือ อินเตอร์เนท จนกระทั่งทำให้เส้นแบ่ง ระหว่างการที่รัฐจะปกป้องผู้ที่ถูกกระทำจากคอมพิวเตอร์ กับ การละเมิดสิทธิของพลเมือง โดยรัฐเองนั้นคลุมเครือยิ่ง

การเปิดช่องให้เจ้าหน้าที่รัฐ สามารถเข้า ค้น ยึด อายัด สื่อคอมพิวเตอร์ ได้นั้น ย่อมไม่ต่างจากแนวคิดรัฐอำนาจนิยมในอดีตที่ออกกฏหมายให้มีการยึด แท่นพิมพ์ หรือ จับกุมเครื่องส่งกระจายเสียงสื่อวิทยุและโทรทัศน์ ถ้ารัฐเห็นว่าการกระทำใดขัดต่อกฏหมาย หรือ ความมั่งคงของรัฐ ทั้งที่กระบวนการร่างกฏหมาย ดังกล่าวนี้ ไม่ได้มาจากการมีส่วนร่วมของประชาชน ที่สำคัญกฎหมายฉบับนี้ไม่ได้มาจากสภานิติบัญญัติซึ่งเป็นตัวแทนโดยตรงของ ประชาชนเลย
แต่ผลก็คือเราทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายอย่างยอมจำนน

วันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ.2550 เป็นวันที่กฏหมายดังกล่าวเริ่มมีผลบังคับใช้

คปส และ เครือข่ายเสรีภาพต่อต้านการเซ็นเซอร์ประเทศไทย ขอเรียกร้องให้ สื่อมวลชน ชุมชนสื่อออนไลน์ ช่วย เผยแพร่ ข่าวสาร ความคิดเห็น หรือ ส่งเสียงประท้วงคัดค้าน ในกรณีที่มาตรการตามกฏหมายดังกล่าวนี้จะส่งผลกระทบต่อสิทธิความเป็นส่วนตัว เสรีภาพในการแสวงหาข้อมูล เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นผ่าน สื่อคอมพิวเตอร์ และ สื่อออนไลน์ โดยเฉพาะเสรีภาพของประชาชนที่มีจุดยืน ความคิด ความเชื่อ ความรู้สึกทางการเมืองแตกต่างจากอำนาจรัฐ

ถึงเวลาแล้วที่พลเมืองผู้ไม่ยอมรับการคุกคามสิทธิเสรีภาพผ่านสื่อออนไลน์ (Cyber dissidents) จักต้อง รวมพลังกัน ติดตาม ตรวจสอบ คัดค้าน หรือ ประท้วง การใช้อำนาจของรัฐในทางมิชอบ ก่อนที่เราจะตกเป็นฝ่ายที่ถูกรัฐจัดการ ตรวจสอบและดำเนินคดีกับเราคนใดคนหนึ่งโดยไม่ทันรู้ตัว

เราต้องไม่ยอมให้รัฐ รุกล้ำ คุกคาม สิทธิความเป็นส่วนตัว สิทธิพลเมือง และ สิทธิทางการเมือง มากขึ้นเรื่อยๆ เพราะเมื่อสิทธิเสรีภาพถูกยึดกุมไปได้แล้ว ยากที่เราจะเรียกร้องให้คืนกลับมา


ที่สำคัญ ความผิดทางอาชญากรรมเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เป็นคนละเรื่องกับเสรีภาพการนำเสนอข้อมูลและแสดงความคิดเห็นผ่านสื่ออินเตอร์เนท เพราะการพูด การเขียน การแสดงความคิดเห็น ไม่ใช่อาชญากรรม อีกทั้ง เวบไซต์การเมืองไม่ใช่ เวบโป๊เปลือย

การอ้างเรื่องการควบคุมเวบไซต์ลามกอนาจารพ่วงแถมด้วยการควบคุมเวบไซต์ทางการเมืองด้วยนั้น เท่ากับรัฐกำลังทำให้การเมืองเป็นเรื่องอนาจารที่ประชาชนไม่ควรดู ไม่ควรอ่าน ไม่ควรคิด ไม่ควรพูด หรือแสดงความคิดเห็น ความรู้สึกใดๆ ในพื้นที่สาธารณะ

เสรีภาพในการแสดงออกผ่านสื่อคอมพิวเตอร์ ไม่ต่างจากเสรีภาพสื่ออื่น เช่น หนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ ภาพยนตร์ หรือสื่อสารมวลชนใดในยุคที่เทคโนโลยีการสื่อสารเชื่อมถึงกันหมด (Convergence) ดัง นั้นจึงต้องได้รับการปกป้องคุ้มครอง เพราะสิทธิเสรีภาพสื่อเหล่านี้ มันคือสิ่งชี้วัดสิทธิเสรีภาพของประชาชน ซึ่งถือ เป็นหัวใจสำคัญที่สุดของระบอบประชาธิปไตย


คณะกรรมการณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ (คปส)
เครือข่ายเสรีภาพต่อต้านการเซ็นเซอร์ประเทศไทย (FACT)
18 กรกฎาคม พ.ศ. 2550



ติดต่อ :
คปส. สุภิญญา กลางณรงค์ freemdiafreepeople@yahoo.com
FACT อาทิตย์ สุริยะวงศ์กุล arthit@gmail.com
CJ Hinke facthai@gmail.com

Comment

Comment:

Tweet


VC Control Matic Co.,Ltd.
Tel : 02-2124353, 02-6814414, 081-8605669

รับกัดเฟือง, เจียรเฟือง, เจียระไนฟันเฟือง, เพลาส่งกำลัง, มู่เลย์กำลัง, มู่เลย์ฟัน, บำรุงเกียร์บล็อก (Overhaul Gearbox), ชิ้นส่วนเครื่องจักรอุตสาหกรรม, งานออกแบบเครื่องจักรกล, Timming Pulley, Spocket, Worm Gear, Overhaul Gearbox, Machining

รับจ้างและสั่งทำ
• เจียร์ไร้ศูนย์
• จำหน่ายเฟืองทองเหลือง และเกลียวที่ใช้ในอุตสาหกรรมนากุ้ง
• รับทำเฟืองอะไหล่งานเกษตรทุกชนิด, เฟืองรถแทรคเตอร์
• รับตัดฟันเฟืองทุกชนุด, เฟืองตรง, เฟืองโซ่, เฟืองทองเหลือง, เฟืองเฉียง
• รับทำลูก รีดลาด สายลัดพลาสติกทุกขนาด ทุกลาย
• รับทำร่องลิ่ม กระทุ้งร่องลิ่ม กระทุ้งเฟืองใน ร่องลิ่มมู่เลย์ทุกชนิด
• จำหน่ายและให้คำปรกึษาเครื่องจักตัดเฟืองทุกประเภท
• ผลิตเฟืองตรงชุบแข็งและเจียระไนฟันเฟือง
• ผลิตเฟืองเฉียงชุบแข็งและเจียระไนฟันเฟือง
• ผลิตเฟืองตรงทั่วไป (Spur Gear)
• ผลิตเฟืองเฉียงทั่วไป (Helical Gear)
• ผลิตเฟืองหนอน (Worm Wheels)
• ผลิตเกลียวหนอน (Worm Shafts)
• ผลิตเฟืองในฟันตรง (Internal Spur Gear)
• ผลิตเฟืองโซ่ (Spocket)
• ผลิตรูไปลน์ (Spine Hole)
• ผลิตเพลาสไปลน์) (Spine Shaft)
• ผลิตมู่เลย์ฟัน (Timming Pulley)
• ผลิตแหวนเฟือง (Ring Gear)
• ผลิตชุดเฟืองทดต่าง ๆ (Gear Box Sets)
• บำรุงรักษาชุดเกียร์ทด (Overhaul Gear Box)
• งานขึ้นรูปโลหะด้วยการตัดเฉือน (Machine Work)

สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.vccontrolmatic.com
E-mail : vccontrolmatic@gmail.com
#2 by wen (125.24.115.106) At 2010-08-23 19:25,
#1 by จตุพล (124.157.228.31) At 2007-08-22 14:08,